15.12.55

นราธิวาส ก้าวที่ต้องกล้าเพื่อช่วยทารกคลอดก่อนกำหนด


จังหวัดที่ห่างไกล เป็น 1 ใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหาความไม่สงบ นอกจากความไม่สงบแล้ว “นราธิวาส”ยังมีปัญหา อัตราการเสียชีวิต “ทารกคลอดก่อนกำหนด”สูงเป็นอันดับที่หนึ่งของประเทศ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์จนถึงระยะคลอด เช่นเดียวกับ
     นางซูฮัยนิง แวหะมะ ที่คลอดลูกก่อนกำหนด ต้องเผชิญกับภาระต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว  “หนูมีลูกหลายคน มีปัญหาครอบครัว สามีต้องเดินทางไปทำงานที่มาเลเซีย ไป 3 เดือน ส่งมาให้แค่ 500 บาท ลูกคนล่าสุดคลอดก่อนกำหนด คุณหมอที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์บอกว่าเป็นโรคหลายอย่าง ภาระค่าใช้จ่าย ค่านม ค่ากิน ค่ารักษา ค่าเดินทางไม่มีเลย เดือดร้อนมาก  เดินทางไปโรงพยาบาลก็ไกล และไม่มีค่ารถอีก ไม่รู้จะทำอย่างไร” 
    นอกจากคนไข้ที่มีปัญหาแล้ว คุณหมอก็มีปัญหาหนักไม่น้อย นพ. เจ๊ะอิดเร๊ะ ดือเร๊ะ นายแพทย์เชี่ยวชาญสูติกรรม หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวช โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้กล่าวถึงปัญหาว่า “อุปกรณ์บางอย่างเริ่มสึกหรอ  ช่างไม่กล้ามาซ่อมเพราะกลัวปัญหาความไม่สงบ บางทีสั่งเครื่องมือเขาจะส่งแค่หาดใหญ่ เราต้องไปรับเอง ตอนนี้ที่ต้องการคือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต และอุปกรณ์ผ่าตัด  เป็นต้น”
                                         
     สถานการณ์เช่นนี้นำมาสู่การตัดสินใจเข้าร่วม “โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ที่มี รศ.นพ.ธราธิป โคละทัต และนางสาวจันทิมา จรัสทอง เป็นผู้ดูแล สิ่งสำคัญคือ โครงการเครือข่ายฯ ไม่ได้ให้เนื้อเงิน แต่ให้แนวคิดใหม่ การบริหารจัดการ ความรู้ และวิชาการจากตำราที่นำมาปรับใช้ร่วมกับประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากการทำโครงการเครือข่ายฯ รวมทั้งการที่ผู้ดูแลโครงการฯ มาช่วยให้คำปรึกษา ชี้ให้เห็น แก้ได้ตรงจุด ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมา
     ทั้งนี้โครงการฯ มีหลายฝ่ายมาช่วยกันแก้ปัญหา “อาสามัครหมู่บ้าน”(อสม.) มาช่วยนำความรู้ไปสู่ชุมชนโดยมี “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”(รพสต.) เป็นฐานปฏิบัติงาน มีเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการอบรมมาช่วยรับฝากครรภ์ และมี”โต๊ะบีแดร์” หรือ“หมอตำแย” ซึ่งคนพื้นที่เคารพนับถือเข้ามาเป็นเครือข่ายของโรงพยาบาลโน้มน้าวให้คนไข้มาฝากครรภ์ และดูแลตัวเอง
     ในกรณีฉุกเฉิน ชาวบ้านที่บ้านไกล เดินทางมาไม่สะดวก หรือ จะคลอดกะทันหัน”โต๊ะบีแดร์” เครือข่ายของเราต้องอยู่กับเขา โทรรายงานตลอด หากมีอาการหนัก โรงพยาบาลนราธิวาสจะส่งรถ “อีเอ็มเอส” หรือ “รถฉุกเฉิน”ไปรับ ซึ่งเป็นแห่งแรกที่นำ “รถอีเอ็มเอส” มาใช้ในงานอนามัยแม่และเด็ก
                                           
     คุณหมอเพ็ญแข กล่าวด้วยความสุข และความภาคภูมิใจ ว่า ช่วงแรกเหนื่อยมากเพราะเป็นงานเพิ่ม แต่พอพบว่าหญิงทุกคนมาฝากครรภ์ทันทีเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ และได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครสาธารณสุขเป็นอย่างดี ปัญหาต่างๆ ที่พบก็เริ่มลดน้อยลง คนไข้ดีใจที่ไม่ต้องเดินทางไปรักษาในจังหวัดนราธิวาส
      ส่วนหนึ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์มากคือ การทำสื่อให้ความรู้แก่คนในชุมชน แต่ชาวบ้านบางคนอ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก ถ้ามีสื่อเป็นภาษาท้องถิ่น จะช่วยคนกลุ่มนี้ได้มากขึ้น นี่เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนที่มาจากชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ มีอัตราการเสียชีวิตของแม่และทารก จากการคลอดก่อนกำหนดสูงแห่งหนึ่งในประเทศไทย
คัดจาก นสพ.สยามรัฐ

6.4.53

ไตรสิกขา กับการพัฒนา

ศีล ( System) สมาธิ (Spirituality)ปัญญา(Science/Wisdom) หรือ ไตรสิกขา
ศีลจะเกิดมีได้ ก็ต่อเมื่อบุคคลได้ ดำริ(คิด) หรือ ระลึก(นึกถึง) เพราะเมื่อบุคคลมีจิตใจจดจ่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สมาธิ ก็จะเกิดขึ้น เมื่อสมาธิเกิด ก็จะเกิดปัญญา คือสามารถนำเอาความรู้ ความเข้าใจ จากความจำในสมอง มาใช้ประพฤติ ปฏิบัติ
ดังนั้น ศีล สมาธิ ปัญญา หรือไตรสิกขาในคำว่า ศีล หมายถึงการ คิด หรือระลึก(นึกถึง) เช่น ถ้าเรามีความต้องการจะพิจารณาระบบงานๆหนึ่ง ขณะนั้นสมาธิได้เกิดขึ้น เมื่อสมองได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับศีล และปรับแต่งตามแต่ประสบการณ์ ความจำ ความรู้ และอื่นๆ เพื่อให้มีความเข้าใจระบบงาน
เมื่อเกิดความเข้าใจ ความรู้ หรือ ปัญญา ก็เกิดขึ้น ปัญญา นั้นแท้จริงแล้ว หมายถึง ความรู้ ที่บุคคลนั้นๆ มีความเข้าใจอย่างละเอียดในระดับหนึ่ง และสามารถนำ เอาความรู้ดังกล่าวมาเปลี่ยนเป็นการประพฤติ การปฏิบัติ หรือใช้ในการทำงานใดใดได้เป็นอย่างดี จึงเรียกปัญญาเพราะความรู้ ในตัวบุคคลมีอยู่หลายประเภท ..............
ความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็น ความรู้จากประสบการณ์ ความรู้จากการเรียนรู้ทางสังคมสิ่งแวดล้อมความรู้จากการศึกษาเล่าเรียน ตามหลักวิชาการ หรือความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนด้วยตัวเอง จากการดู จากการทำ โดยรวมแล้วบนเส้นทางคุณภาพ อยากเห็นการจัดการความรู้ที่ยั่งยืน ทั้งความรู้ที่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ และความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงานซึ่งฝังอยู่ในตัวคน
ซึ่งหากไม่ได้นำมาใช้หรือไม่ได้ใช้ ก็ไม่เรียกว่าปัญญาจนกระทั่ง นำออกมาใช้ได้อย่างเป็นผลดีต่อการประกอบกิจการ หรืองานใดใด นั่นแหละคือ เกิด ปัญญาWisdom

24.3.53

Fundamental concept & culture


จับจ้องจุดหมาย มิใช่อุปสรรค คนทุกระดับในองค์กรมีแนวคิดที่ตรงกัน ต่างคนต่างช่วยคิดช่วยทำแม้จะซับซ้อนแต่ไม่สับสน

3-P ที่เมื่อก่อนต้องท่องบ่อย เดี๋ยวนี้จำขึ้นใจ เอาไปปรับใช้ไม่เคยล้าสมัยการพัฒนาคุณภาพย่อมมีความต่อเนื่อง ทั้งยังมีแรงผลักดันจากผู้นำระดับหน่วย ระดับกลุ่มงาน เป็นระยะๆ พบอุปสรรคบ้างถือเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน เข้มแข็งขึ้น

เกิดการเรียนรู้ไม่กลัวที่จะปฏิบัติงานตามแนวคิดเหล่านั้น ช่วยกันลงแรงกันใหม่ เป็นวงล้อคุณภาพ มีทีมงานที่เข้มแข็ง เมื่อพวกเราเรียนรู้จนแข็งแรง องค์กรย่อมเข้มแข็ง

Lean>>>> การบริหารเพื่อลดความสูญเปล่า


DOWNTIME กับ COUNTDOWN ???^__^???
เราหลายคนเคยนับเวลาถอยหลังในเทศกาลปีใหม่กันมาแล้วเกี่ยวกันหรือนี่ เวลาเป็นของมีค่า(ของผู้ให้บริการ หรือของผู้รับบริการ) อย่าฆ่าเวลา ทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง .......เหล่านี้เป็นคำกล่าวเรื่อง TIME
เวลาที่ไม่จำเป็นในมุมมองผู้มารับบริการ ค้นพบหรือยังคะ การตัดทอนเวลาที่สูญเปล่าเป็นเรื่องที่ชาวคุณภาพบริการต้องเอาจริงเอาจังกันสักที แต่ใช่ว่าทำกันง่ายๆหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกัน ต้องจับมือช่วยกันมองหา ๑_๑ อาจต้องลงเดินหน้างานทำตัวเป็นผู้ใช้บริการเองบ้าง แล้วจะร้องอ๋อ.....เพราะเช่นนี้เองเรามองข้ามไปได้อย่างไร